ระบบบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารต้องมีอะไรบ้าง

ระบบบำบัดน้ำเสียในโรงงานอาหาร ครบทุกขั้นตอนเพื่อมาตรฐานน้ำทิ้ง

ระบบบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารต้องมีอะไรบ้าง

ระบบบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารควรมี 5 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การบำบัดขั้นต้น การปรับสมดุลน้ำเสีย การบำบัดทางชีวภาพ การตกตะกอน และการฆ่าเชื้อก่อนปล่อยน้ำทิ้ง เนื่องจากน้ำเสียจากการผลิตอาหารมีไขมัน โปรตีน และสารอินทรีย์สูงกว่าน้ำเสียทั่วไป

ทำไมโรงงานอาหารถึงต้องการระบบบำบัดน้ำเสียโดยเฉพาะ

น้ำเสียจากโรงงานอาหารมีไขมัน น้ำตาล แป้ง โปรตีน และสารเคมีจากกระบวนการทำความสะอาด จึงมีความซับซ้อนกว่าน้ำเสียชุมชน

ค่า BOD ของน้ำเสียจากโรงงานอาหารมักอยู่ในช่วง 1,000–5,000 mg/L หรือสูงกว่า เปรียบเทียบกับน้ำเสียจากครัวเรือนหรือชุมขนอยู่ที่ประมาณ200-500mg/L ขณะที่มาตรฐานน้ำทิ้งกำหนดให้ไม่เกิน 20 mg/L จึงจำเป็นต้องออกแบบระบบบำบัดให้เหมาะสมและครอบคลุมทุกขั้นตอน

องค์ประกอบหลักของระบบบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร

1. ระบบดักไขมันและของแข็งเบื้องต้น (Grease Trap & Screening)

ขั้นตอนแรกคือการแยกไขมันและเศษอาหารด้วยตะแกรงกรองและบ่อดักไขมัน เพื่อลดการอุดตันและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบบำบัด

2. การปรับสภาพน้ำเสียและถังกักเก็บ (Equalization Tank)

ถัง Equalization ช่วยปรับสมดุลอัตราการไหลและค่า pH ของน้ำเสียให้สม่ำเสมอก่อนเข้าสู่กระบวนการบำบัดหลัก

3. ระบบบำบัดทางชีวภาพ (Biological Treatment)

กระบวนการบำบัดทางชีวภาพเป็นหัวใจสำคัญของระบบ โดยอาศัยจุลินทรีย์ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ และสามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก

  • Anaerobic Treatment (UASB / CSTR): เหมาะสำหรับน้ำเสียที่มีความสกปรกสูงมาก สามารถผลิต Biogas เป็น By-product ลดค่าพลังงานในโรงงานได้ ระบบนี้ได้รับความนิยมมากในโรงงานสุกร โรงงานแป้งมันสำปะหลัง และโรงงานน้ำนม
  • Aerobic Treatment: เหมาะสำหรับน้ำเสียที่มี BOD ปานกลางถึงสูง ใช้ออกซิเจนในการย่อยสลาย เช่น ระบบ Activated Sludge (AS) หรือ Membrane Bioreactor (MBR) ที่ให้น้ำทิ้งคุณภาพสูง

4. การตกตะกอนและการกรองขั้นสุดท้าย (Secondary Clarifier & Tertiary Treatment)

หลังการบำบัดทางชีวภาพ น้ำจะถูกส่งเข้าถังตกตะกอน และอาจผ่านระบบกรองเพิ่มเติมเพื่อควบคุมค่า SS ให้เป็นไปตามมาตรฐาน

5. การฆ่าเชื้อและการจัดการตะกอน (Disinfection & Sludge Management)

ก่อนปล่อยน้ำทิ้งควรผ่านการฆ่าเชื้อด้วยเครื่องฆ่าเชื้อโรคด้วย UV ส่วนตะกอนที่เกิดขึ้นจะถูกแยกน้ำออกก่อนนำไปกำจัดหรือใช้ประโยชน์ต่อ

กฎหมายและมาตรฐานที่โรงงานอาหารต้องปฏิบัติตาม

โรงงานอุตสาหกรรมอาหารในไทยต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยมาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้ง ซึ่งกำหนดค่าสำคัญ เช่น:

  • BOD ≤ 20 mg/L
  • COD ≤ 120 mg/L
  • SS ≤ 50 mg/L
  • น้ำมันและไขมัน ≤ 5 mg/L
  • pH อยู่ในช่วง 5.5–9.0

ทั้งนี้ โรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมมลพิษอาจต้องปฏิบัติตามเกณฑ์เพิ่มเติมที่เข้มงวดกว่ามาตรฐานทั่วไปหรือมีน้ำเสียบางประเภทที่ทางกฎหมายห้ามทิ้งน้ำเสีย(Zero Discharge)

สัญญาณที่บอกว่าระบบบำบัดน้ำเสียเดิมไม่เพียงพอ

  • ค่าน้ำทิ้งไม่ผ่านเกณฑ์กรมโรงงานอุตสาหกรรมซ้ำๆ
  • มีกลิ่นเหม็นรุนแรงบริเวณบ่อบำบัดหรือรอบโรงงาน
  • ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นแต่ระบบไม่ได้รับการอัปเกรด
  • ค่าใช้จ่ายพลังงาน (ปั๊ม, เครื่องเป่าอากาศ) สูงผิดปกติ
  • เกิดตะกอนสะสมในบ่อบำบัดเร็วกว่าปกติ

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร

Q: โรงงานอาหารขนาดเล็กต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียด้วยหรือไม่

A: ใช่ ทุกโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีหน้าที่ต้องจัดการน้ำทิ้งให้ผ่านมาตรฐาน ขนาดของระบบขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำเสียจริงและประเภทกระบวนการผลิต


Q: ระบบ MBR กับ Activated Sludge ต่างกันอย่างไร และแบบไหนดีกว่า

A: MBR ใช้เมมเบรนแยกตะกอนแทนถังตกตะกอน จึงให้น้ำทิ้งคุณภาพสูงและเหมาะสำหรับการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ แต่มีต้นทุนสูงกว่า Activated Sludge


Q: Biogas จากระบบ Anaerobic Treatment คุ้มค่าพอที่จะนำมาใช้งานจริงไหม

A: สำหรับโรงงานที่มีปริมาณน้ำเสียสูง เช่น โรงงานแป้งมันหรือโรงงานสุกร ระบบ Anaerobic สามารถผลิต Biogas ในปริมาณที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงหม้อไอน้ำหรือผลิตไฟฟ้าได้จริง บางโรงงานสามารถลดค่าพลังงานได้ 20–40% จากกระบวนการนี้


Q: ระยะเวลาการออกแบบและติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียโรงงานอาหารใช้เวลานานแค่ไหน

A: โดยทั่วไปใช้เวลา 3–9 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของระบบ ขั้นตอนรวมถึงการสำรวจน้ำเสีย การออกแบบ การจัดซื้อ การก่อสร้าง และการทดสอบระบบก่อนส่งมอบ


Q: หลังติดตั้งระบบแล้ว ต้องใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะเริ่มทำงานเต็มประสิทธิภาพ

A: ระบบ Aerobic มักใช้เวลา Start-up ประมาณ 2–4 สัปดาห์ ส่วนระบบ Anaerobic ใช้เวลา 1–3 เดือน ขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำเสีย ค่า pH และอุณหภูมิภายในระบบ


หากต้องการออกแบบหรือปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียให้รองรับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น พร้อมควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทีมวิศวกรของ Star Proudasia พร้อมให้คำปรึกษา สำรวจหน้างาน และออกแบบระบบที่เหมาะกับลักษณะการผลิตของแต่ละโรงงาน ตั้งแต่การวิเคราะห์น้ำเสียเบื้องต้นไปจนถึงการติดตั้งและดูแลระบบในระยะยาว

Tel. : 02-997-7359, 061-742-9263
Email : sales@proudasia.com
Facebook : Star by Proud Asia
Line : @starbyproudasia